แชร์บทความนี้!

WebP เป็นรูปแบบภาพที่พัฒนาขึ้นโดย Google ตั้งแต่ปี 2010 และได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน

ในครึ่งปีแรกนี้ เริ่มสังเกตเห็นว่ามีการใช้งาน WebP มากยิ่งขึ้นบนเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ชั้นนำจากทั่วโลก ซึ่งไฟล์ภาพ WebP นี้ช่วยลดระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บได้อย่างมาก เป็นการส่งผลดีทั้งคะแนนด้าน SEO และ User Experience

WebP Logo

️WebP มาตรฐานไฟล์ภาพของ Google สามารถคงคุณภาพของรูปภาพได้อยู่ในระดับดีเยี่ยม แม้ WebPอาจจะมีคุณภาพความคมชัดลดลงเล็กน้อย (แยกด้วยตาไม่ออก) เมื่อเทียบกับ PNG และ JPG ในภาพขนาดเดียวกัน ซึ่งแลกมาด้วยขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า PNG ถึง 26% และ JPEG 25-34% ตามดัชนีคุณภาพ SSIM ถือคุ้มค่าอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากไฟล์ภาพ WebP แบบปกติแล้ว ยังแยกย่อยออกอีก 2 ประเภท

WebP-lossless ไฟล์ภาพสำหรับภาพแบบโปร่งใส (Transparent แบบ PNG) มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเพียง 22% ของขนาดไฟล์ภาพ WebP แบบปกติ

WebP-lossy ไฟล์ภาพ ในกรณีที่เราบันทึกเป็น RGB มีขนาดไฟล์เล็กลง 3 เท่า เมื่อเทียบกับ PNG

ชมภาพการเปรียบเทียบความคมชัดของภาพและขนาดไฟล์

JPG กับ WebP
https://developers.google.com/speed/webp/gallery1

PNG กับ WebP, WebP-lossless
https://developers.google.com/speed/webp/gallery2

WebP vs PNG, JPG

เว็บสำหรับการแปลงไฟล์ภาพเป็น WebP

https://image.online-convert.com/convert-to-webp

สำหรับ WordPress

มีปลั๊กอินที่สามารถแปลงไฟล์ภาพที่เราอัปโหลดขึ้นไปบนเว็บไซต์ให้เป็น WebP โดยอัตโนมัตื คือ

Jetpack (แค่เปิดใช้ฟังก์ชั่น Site Accelerator ฟังก์ชันจัดการรูปภาพโดย CDN ของ WordPress ช่วยลดภาระการโหลดภาพจาก Server ของเรา และช่วยแปลงไฟล์ภาพเป็น WebP ให้อัตโนมัติ)
ดาวน์โหลด: https://wordpress.org/plugins/jetpack/

WebP Express (ปลั๊กอินนี้ต้องไปตั้งค่าการแปลงไฟล์ เพิ่มเล็กน้อย)
ดาวน์โหลด: https://wordpress.org/plugins/webp-express/

️รับรองได้ว่าภายในปีนี้เราจะได้เห็นการใช้งานไฟล์ภาพ WebP บนเว็บไซต์ทั่วโลกมากขึ้นแน่นอน

ข้อมูลจาก: https://developers.google.com/speed/webp/

ให้คะแนนบทความนี้

แชร์บทความนี้!

แสดงความคิดเห็น

shares