การทำ Local SEO เบื้องต้นสำหรับ ร้านค้าและธุรกิจท้องถิ่น

นี่คือแนวทาง การทำ Local SEO ตามโรดแมป ที่เราสามารถทำไปได้ทีละขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำให้เสร็จภายในครั้งเดียว ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า และหากว่าองค์ประกอบใดในโรดแมปของ การทำ Local SEO ที่เว็บไซต์ของคุณมีอยู่แล้ว สามารถข้ามไปยังขั้นตอนอื่น ๆ ได้เลย

local-seo-road-map

Infographic โดย Pickaweb (ดูภาพใหญ่)

สารบัญเนื้อหา เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

google-my-business

สร้างและปรับแต่ง Google My Business Profile ของคุณ สิ่งสำคัญ ใน การทำ Local SEO

Google My Business , สร้างโปรไฟล์และระบุข้อมูลที่สำคัญตามจริงของร้านค้าหรือธุรกิจของคุณ (เป็นสิ่งที่ต้องมี ก่อนที่เราจะทำ Local SEO)

  • Business Name (ชื่อร้านค้าหรือธุรกิจ)
  • Address (ที่อยู่หน้าร้าน ตามพิกัดของ Google Map)
  • Phone Number (หมายเลขโทรศัพท์)
  • Hours of Operation (วัน,เวลา ที่เปิดให้บริการ)
  • Website (ลิงก์ไปยังเว็บไซต์)
  • Category (ประเภทของร้านค้าหรือธุรกิจ)

digital-print-local-seo

(ภาพ screen shot : แร๊บบิท โรงพิมพ์ดิจิตอล)

นอกจากนี้อย่าลืมใส่รูปภาพหรือวิดีโอในส่วนที่เขากำหนดมา ให้ครบถ้วนด้วยนะครับ

คำวิจารณ์ที่ดีสำหรับ Google My Business Profile

digital-print-local-seo-2

(ภาพ screen shot : แร๊บบิท โรงพิมพ์ดิจิตอล)

คำวิจารณ์และความคิดเห็น มีผลอย่างมาก กับ การทำ Local SEO , อาจจะลองเริ่มกับลูกค้าขาประจำหรือลูกค้าที่ดีของคุณ ให้พวกเขาช่วยวิจารย์ร้านค้าของคุณไปในทางทีดี

อย่ารีบร้อนมากนักที่จะทำในสัปดาห์แรกหลังจากได้รับการอนุมัติ ให้ทำหลังจากนั้นไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ และเป็นธรรมชาติ

สร้างโปรไฟล์ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณ พร้อมกับ NAP ในเว็บไซต์ Local Citation Listing ให้มากขึ้น เพิ่มขุมกำลังให้กับ การทำ Local SEO

True-Local-Local-Busines

(ภาพ screen shot : https://www.truelocal.com.au/)

NAP ย่อมาจาก Name, Address และ Phone คุณสามารถมองหาเว็บไซต์สำหรับทำ Local Citation Listing (เว็บสารบัญที่รวบรวมชื่อและข้อมูลติดต่อ สำหรับธุรกิจต่าง ๆ ในท้องถิ่นของคุณ) ได้โดยทั่วไปจากการค้นหาบน Google และสร้างโปรไฟล์ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณให้มีข้อมูลครบถ้วนเหมือนกับ Google My Business ก่อนหน้านี้ ให้มากขึ้น (เยอะเท่าไรก็ยิ่งดีสำหรับ การทำ Local SEO) ส่วนใหญ่จะฟรีแต่บางเว็บก็ต้องเสียเงิน

สร้างโปรไฟล์ร้านค้าหรือธุรกิจ บนเว็บ Business Directory ที่เกี่ยวข้อง

Thailand-Business-Directory

(ภาพ screen shot : http://www.thailandlisting.com/)

คล้ายกันกับการทำ Local Citation Listing คุณสามารถหาเว็บไดเรกทอรี ที่หมวดหมู่เกี่ยวข้องกับร้านค้าหรือธุรกิจของคุณได้จากการค้นหาบน Google

การมีโปรไฟล์ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณในเว็บไดเรกทอรีเหล่านี้จะส่งสัญญาณให้ Google ทราบว่าคุณร้านค้าหรือธุรกิจของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ (เยอะเท่าไรก็ยิ่งดี)

Embed แผนที่ของ Google My Business ของคุณจาก Google Map ที่แสดงพิกัดหน้าร้านมาไว้บนเว็บไซต์

(ภาพ screen shot : แร๊บบิท โรงพิมพ์ดิจิตอล)

แนะนำให้ฝังไว้ตรง Footer Widget ซึ่งจะทำให้แผนนั้นถูกแสดงอยู่ในทุก ๆ หน้าของเว็บไซต์ของคุณ เป็นการส่งสัญญาณอีกทางหนึ่งให้ Google ทราบว่า นี่คือเว็บไซต์ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณอย่างเป็นทางการ

สร้างหน้าเว็บสำหรับบริการที่เฉพาะเจาะจง สำหรับแต่ละบริการ บนเว็บไซต์ของคุณ (Landing Pages)

ปกติแล้วในการทำ SEO จะมีการสร้างหน้าเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบริการ ของร้านค้าหรือธุรกิจนั้น ๆ โดยทั่วไปจะถูกเรียกว่า Landing Pages เพื่อโฟกัสแต่ละ Keywords ที่แตกต่างกันในแต่ละบริการ

ตัวอย่าง ธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์

ก็จะแบ่งหน้า Landing Pages สำหรับแต่ละบริการดังนี้ (ในที่นี้มี 4 บริการ)

  • พิมพ์ดิจิตอล
  • พิมพ์โปสเตอร์
  • พิมพ์นามบัตร
  • พิมพ์เสื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างและปรับแต่ง Landing Pages แบบทั่วไป

การทำเช่นนี้จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยัง Google เพื่อนำเสนอหน้าเว็บแต่ละหน้าของเราที่มี Keywords สำหรับแต่ละบริการที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งมันง่ายต่อการจัดทำดัชนีย์ และง่ายในการค้นหาสำหรับผู้ใช้งาน

เพิ่มเนื้อหาที่เพียงพอสำหรับหน้า Landing Pages

ใน การทำ Local SEO เนื้อหาของคุณควรมีความยาวไม่ตำกว่า 300 คำ ยิ่งเนื้อหายาวและมีประโยชน์ แค่ไหนหน้าเว็บนั้น ๆ ของคุณก็จะทรงพลังในการทำอันดับที่ดีบนผลการค้นหาของ Google Search มากเท่านั้น

300 คำ, 500 คำ, 1000 คำ ตามลำดับ และจะทรงพลังสุดๆ หากมากกว่า 2000 คำ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งองค์ประกอบของหน้าและเนื้อหาให้ตรงตามหลักของ SEO ด้วย

ปรับแต่ง Landing Pages โดยใช้ชื่อ Location เข้ามาร่วมด้วย

การทำ Local SEO ในส่วนของ Local Landing Pages ต่างจากการปรับแต่ง Landing Pages แบบทั่วไปเล็กน้อยในเรื่องของการใช้ Keywords ที่มีชื่อ Location เข้ามาร่วมด้วย

สิ่งนี้จะช่วยให้ Google สามารถเข้าใจเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้นในบริเวณที่คุณให้บริการอยู่

  • ระบุ Keywords สำหรับแต่ละหน้า (พิมพ์นามบัตรในรังสิต)
  • สร้าง Meta Tags สำหรับแต่ละหน้า (ข้อมูลเหล่านี้จะบอก Google ว่าหน้านั้น ๆ เป็นอย่างไร)เพิ่ม Keywords ลงใน URL ของแต่ละหน้า (เช่น www.yourdomain.com/พิมพ์นามบัตร-รังสิต)
  • สร้างหัวเรื่อง H1 ด้วย Keywords สำหรับหน้านั้น (เช่น “บริการ พิมพ์นามบัตร คุณภาพเยี่ยม ในรังสิต)
  • เพิ่ม Keywords ของคุณกับชื่อ Location กระจายให้ทั่วบทความ อย่างเป็นธรรมชาติ ประมาณ 2-3% ของจำนวนความยาวของคำในบทความ
  • สร้างลิงก์เชื่อมโยงไปยังหน้าอื่น ๆ จากข้อความที่เกี่ยวข้อง (เช่น ลิงก์ไปยังบล็อกของเราที่สอนเกี่ยวกับการออกแบบนามบัตร)

สร้าง Backlinks ที่ดีให้กับหน้า Landing Pages ของคุณบ้าง

อีกหนึ่งสิ่ง ใน การทำ Local SEO ที่จะขาดไปไม่ได้ มันจะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักจากเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาเพื่อการจัดอันดับของ Google

Backlinks แบบทั่วไปที่สามารถหาได้ง่าย ๆ

  • โปรไฟล์โซเชียลมีเดีย เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของคุณได้
  • รวบรวม Testimonials จากซัพพลายเออร์ท้องถิ่นของคุณ และขอให้พวกเขาเชื่อมโยงลิงก์จากเว็บไซต์ของพวกเขากลับมายังเว็บไซต์ของคุณ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นซัพพลายเออร์ที่แท้จริงของคุณ
  • ลิงก์จากเว็บไดเรกทอรี และเว็บ Local Citation Listing แบบเสียเงินที่มี DA, PA สูง จะน่าเชื่อถือและมีคุณภาพมากกว่าเว็บฟรี ยกตัวอย่าง ในต่างประเทศก็มี yelp.com, truelocal.com.au และอื่น ๆ

ใช้ Hosting ที่รวดเร็วและปลอดภัย

(ภาพจาก : https://www.techdonut.co.uk/)

บางคนที่ทำ SEO อาจจะไม่ค่อยได้คำนึงถึงเรื่องนี้ แต่ที่จริงแล้ว Hosting ก็มีความสำคัญและส่งผลต่อการจัดอันดับเช่นกัน
ในวันนี้ Google ต้องการเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยและรวดเร็วมากกว่าเดิม เป็นจริงที่ว่าความเร็วและความปลอดภัยเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับของ Google

เพื่อความรวดเร็วควรเลือกใช้ SSD Hosting ซึ่ฃมีความเร็วกว่า HDD Hosting แบบเดิมถึงร้อยเท่า
เพื่อความปลอดภัยคุณจำเป็นต้องมีใบรับรอง SSL Certificate สำหรับโปรโตคอลแบบ HTTPS, ในตอนนี้ Google บังคับให้ทุกเว็บไซต์ต้องเปลี่ยนเป็น HTTPS ทั้งหมด ไม่งั้นเว็บไซต์ของคุณจะถูกแจ้งเตือนต่อผู้ใช้งานว่าเป็นเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน

Mobile Friendly สร้างหน้าเว็บของคุณให้เป็นมิตรกับอุปกรณ์เคลื่อนที่

เป็นเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันลูกค้าของร้านค้าและธุรกิจท้องถิ่นส่วนใหญ่ จะค้นหาบริการในบริเวณที่พวกเขาอยู่ผ่านทางอุปกรณ์เคลือนที่

Google จึงให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีหน้าเว็บสำหรับการใช้งานที่เป็นมิตรกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ดังนั้นคุณจึงควรจัดเรียงหน้าเว็บสำหรับอุกรณ์เคลื่อนที่ให้เหมาะสมต่อผู้ใช้มากที่สุด

สร้าง Blog (บล็อก) บนเว็บไซต์ของคุณ

หากจะเปรียบเทียบง่าย ๆ หน้า Landing Pages นั้นเปรียบเสมือนเป็นหน้าสำหรับขายสินค้าของคุณ แต่ Blog ของคุณจะเป็นหน้าที่ช่วยเปิดพื้นที่สำหรับการสนทนาของคุณกับลูกค้า

ใช้บล็อกของคุณโพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น เนื้อหาประเภท วิธีการ (How to) เกี่ยวกับการใช้งานสินค้าหรือบริการของคุณ เนื้อประเภทนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเนื้อหาที่นิยมอย่างมาก เช่น

  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • คู่มือผู้ซื้อ
  • รีวิวผลิตภัณฑ์
  • เนื้อหาตามฤดูกาล
  • การเปรียบเทียบสินค้าและบริการ
  • กรณีศึกษา

สิ่งสำคัญคือการสร้างเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างการติดตามของผู้อ่าน

เมื่อคุณสร้างเนื้อหาแบบ Blog โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการปรับแต่ง SEO ด้วยวิธีเดียวกับที่คุณปรับแต่งในหน้า Landing Pages ข้างต้น

ใช้ Video (วิดีโอ) ให้เป็นประโยชน์

การทำ Local SEO อาจจะเน้นไปที่เนื้อหาแบบข้อความเป็นหลัก แต่เรายังสมารถทำวิดีโอโปรโมทธุรกิจท้องถิ่นได้อีก เพื่อเพิ่มความหน้าสนใจของเนื้อหาในรูปแบบใหม่ ๆ จากความคิดสร้างสรรค์ และกระจายมันไปยังโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้ผ่านหูผ่านตาผู้ใช้งานที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต โดยเฉพาะวิดีโอสั้น ๆ แต่ได้ใจความ เช่น การอธิบายเคล็ดลับ การใช้งานสินค้าหรือบริการของคุณ

การทำ Local SEO : แนวทางเบื้องต้น สำหรับเว็บไซต์ร้านค้าและธุรกิจท้องถิ่นของคุณ
5 (100%) 1 vote